รวมเทคนิคการดูแลรักษาความสะอาดสำหรับบ้านและองค์กร วิธีจัดการพื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยและพนักงาน
ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน ความสะอาดไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้อยู่อาศัย การดูแลอาคารอย่างเป็นระบบจะช่วยลดการสะสมของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในอาคารและสำนักงานมีจุดที่มีคนสัมผัสซ้ำๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่สุด:
จุดที่ต้องเน้น: มือจับประตู, ปุ่มกดลิฟต์, ราวบันได, สวิตช์ไฟ, และแผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย
วิธีการ: ควรมีการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อยทุกๆ 2-4 ชั่วโมง ในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น
ห้องน้ำเป็นจุดแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่ายที่สุด:
การฆ่าเชื้อ: นอกจากการทำความสะอาดคราบสกปรก ควรใช้สารฆ่าเชื้อในจุดที่เป็นโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ และพื้น
การลดความชื้น: ตรวจสอบระบบพัดลมระบายอากาศให้ทำงานได้ดีอยู่เสมอเพื่อป้องกันเชื้อรา
อุปกรณ์ลดการสัมผัส: หากเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนมาใช้ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ หรือถังขยะแบบใช้เท้าเหยียบเพื่อลดการปนเปื้อน
ในสำนักงานหรืออาคารปิด อากาศที่หมุนเวียนอยู่ภายในอาจมีเชื้อโรคสะสม:
การล้างแอร์: ควรล้างแผ่นกรอง (Filter) ทุกเดือน และล้างระบบใหญ่ทุก 6 เดือน เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 และเชื้อรา
การฆ่าเชื้อในท่อแอร์: สำหรับอาคารขนาดใหญ่ การใช้แสง UV-C ในระบบปรับอากาศส่วนกลางจะช่วยฆ่าเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศได้
การสร้างวินัยในการดูแลพื้นที่ส่วนตัวส่งผลต่อภาพรวมของอาคาร:
โต๊ะทำงาน: รณรงค์ให้พนักงานทำความสะอาดโต๊ะทำงาน คีย์บอร์ด และโทรศัพท์สำนักงานด้วยแผ่นเช็ดฆ่าเชื้อเป็นประจำ
การแยกขยะ: มีถังขยะแยกประเภทชัดเจน โดยเฉพาะขยะอันตรายและขยะเปียก เพื่อป้องกันการดึงดูดสัตว์รบกวน เช่น หนูและแมลงสาบ
นอกจากการทำความสะอาดรายวัน อาคารและสำนักงานควรมีโปรแกรม Deep Cleaning:
ซักพรมและผ้าม่าน: แหล่งสะสมฝุ่นและไรฝุ่นตัวฉกาจ ควรทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
การฉีดพ่นฆ่าเชื้อละอองฝอย (ULV): แนะนำให้ทำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหลังเวลาทำการ เพื่อกำจัดเชื้อโรคในจุดที่การเช็ดถูเข้าไม่ถึง
การดูแลอาคารและสำนักงานให้สะอาดอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยทั้ง "อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน" และ "พฤติกรรมของผู้ใช้งาน" การวางระบบการทำความสะอาดที่ชัดเจนไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรค แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการในอาคารอีกด้วย