รวมวิธีไล่หนูและจัดการสัตว์รบกวนในบ้านแบบเห็นผลจริง ตั้งแต่การปรับสภาพแวดล้อมไปจนถึงนวัตกรรมการขับไล่ที่ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย เพื่อบ้านที่สะอาดและถูกสุขอนามัย
หนู แมลงสาบ และมด ไม่เพียงแต่ทำลายทรัพย์สินและสายไฟในบ้าน แต่ยังเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย เช่น โรคฉี่หนู (Leptospirosis), กาฬโรค, และแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ การจัดการอย่างถูกวิธีจึงไม่ใช่แค่การกำจัด แต่คือการดูแลสุขอนามัยโดยรวม
หนูจะไม่อยู่ในที่ที่ไม่มีอาหาร:
ปิดฝาถังขยะให้มิดชิด: และทำความสะอาดพื้นที่ทิ้งขยะไม่ให้มีคราบอาหาร
จัดระเบียบห้องเก็บของ: ลดการกองหนังสือหรือกล่องกระดาษที่หนูมักใช้ทำรัง
เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท: หลีกเลี่ยงการวางถุงขนมหรืออาหารแห้งไว้บนโต๊ะ
หนูสามารถมุดรูกลมที่มีขนาดเท่าเหรียญบาทได้:
ตรวจสอบรอยแยกใต้ประตู หรือช่องว่างบริเวณท่อน้ำทิ้ง
ใช้ "ฝอยเหล็ก" (Steel Wool) หรือตาข่ายลวดปิดรูเหล่านั้น เพราะหนูไม่สามารถกัดผ่านโลหะได้
สำหรับผู้ที่ไม่อยากใช้สารเคมีรุนแรง:
น้ำมันกานพลู หรือน้ำมันสะระแหน่ (Peppermint Oil): หนูมีระบบรับกลิ่นที่ไวมาก กลิ่นฉุนของสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยไล่หนูออกไปจากบริเวณนั้นได้ชั่วคราว
ก้อนไล่หนูสมุนไพร: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดธรรมชาติเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง
การใช้เครื่องส่งคลื่นความถี่สูงที่รบกวนระบบประสาทของหนูและแมลง:
ข้อดี: ปลอดภัยต่อมนุษย์และไม่ต้องทำความสะอาดซากสัตว์
ข้อควรระวัง: คลื่นนี้ไม่สามารถทะลุผนังหนาๆ ได้ จึงควรติดตั้งให้ถูกจุดและเพียงพอต่อพื้นที่
หากมีหนูหลุดเข้ามาในบ้านแล้ว:
การวางกรงดักควรวางชิดผนัง (เพราะหนูชอบเดินเลาะขอบผนัง)
ควรเปลี่ยนตำแหน่งวางดักสม่ำเสมอ เนื่องจากหนูเป็นสัตว์ที่เรียนรู้ไวและจดจำอันตรายได้
แมลงสาบ: เน้นการลดความชื้นใต้ซิงค์น้ำ และใช้เจลกำจัดแมลงสาบแทนการฉีดสเปรย์เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย
มด: ตามรอยเส้นทางเดินมดเพื่อหาจุดที่พวกมันเข้ามา และใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำตาล หรือเจลกำจัดมดเพื่อให้คาบกลับไปที่รัง